ส่องรูปแบบ ‘ค่าจ้าง’ ในไทย ‘สภาพัฒน์’แนะเพิ่มค่าแรงตามทักษะ

ส่องรูปแบบ ค่าจ้าง ในไทย

การกำหนดค่าแรงที่สมควรนำมาซึ่งการมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นของแรงงาน ซึ่งการกำหนดค่าแรงงานแรงงานทั้งโลกมีต้นแบบที่นานัปการในขณะที่ใช้มาตั้งแต่ในอดีตกาล รวมทั้งมีการกำหนดรูปแบบขึ้นใหม่ให้สอดคล้องกับในตอนนี้

ข่าว โดยในส่วนของเมืองไทยใช้แบบอย่างการกำหนดค่าแรงงานเป็นต้นแบบผสม โดยข้อมูลที่ได้รับมาจากการรายงานข่าวสภาวะสังคมไตรมาส รวมทั้งภาพรวมปี 2565 ของสภาพัฒนาการสังคมและก็เศรษฐกิจแห่งชาติ (สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้แบ่งแบบอย่างการกำหนดค่าแรงงานในประเทศไทยไว้เป็น แบบดังต่อไปนี้ 1. การกำหนดค่าแรงเริ้มต้น ซึ่งมีแนวความคิดว่า ค่าแรงเริ้มต้นเป็นค่าแรงที่พอเพียงสำหรับแรงงานทั่วๆไปแรกทำงาน คน ให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ใด้ตามความเหมาะสมแก่มาตรฐานการครองชีพ สถานการณ์ทางเศรษฐกิจรวมทั้งสังคม และก็สมควรตามความรู้ความเข้าใจของธุรกิจ โดยตอนนี้ค่าแรงงานขั้นต่ำของไทยอยู่ที่ 328 – 354 บาทต่อวันหรือเฉลี่ยที่ 337 บาทต่อวัน ซึ่งนับว่าพอเพียงต่อค่ายังชีพของแรงงาน คน กล่าวอีกนัยหนึ่ง ถ้าตรึกตรองจากเส้นความอดอยาก (รายจ่ายที่จำเป็นจะต้องเบื้องต้นสำหรับการดำรงชีวิตอยู่ได้ของคนรายจ่ายเพื่อการอุปโภคบริโภคเฉลี่ย 2.การกำหนดอัตราจ้างตามมาตรฐานความสามารถ โดยมีเป้าหมายเพื่อแรงงานครึ่งหนึ่งความสามารถ แล้วก็แรงงานความสามารถได้รับค่าตอบแทนที่สมควร ดึงดูดใจให้แรงงานปรับปรุงความสามารถให้เป็นที่ยอมรับ เพิ่มหลักประกันรายได้ แล้วก็เพิ่ม ความรู้ความเข้าใจสำหรับในการชิงชัยให้กับธุรกิจ ซึ่งทำให้ค่าแรงตามมาตรฐานความสามารถแรงงานก็เลยมีความนัยที่ต่างกันกับค่าแรงเริ้มต้น ใกล้เคียงกับค่าแรงเฉลี่ยของแรงานที่สำเร็จการศึกษาระดับม. ปลาย อาชีวศึกษา แล้วก็วิชาชีพชั้นสูง ที่มีค่าว่าจ้าง เฉลี่ยอยู่ที่ 12,228 บาทต่อเดือน 14,396 บาทต่อเดือน แล้วก็ 15,624 บาทต่อเดือนเป็นลำดับ แล้วก็เป็นแถวทางที่จะเกื้อหนุนแรงงานได้รับค่าแรงงานที่สูงขึ้นตามระดับความชำนาญ โดยแต่ละปีมีแรงงานเข้าทดลองมาตรฐานความสามารถแรงงานเฉลี่ย 6.2 หมื่นคน ในเวลาที่แรงานใหม่ที่มีการเรียนรู้ระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ รวมทั้งต่ำลงมากยิ่งกว่า ไปสู่ตลาดแรงงงานเฉลี่ยราว 1.2 แสนคน และก็ 3.การกำหนดค่าตอบแทนโดยกลไกตลาด ซึ่งจำนวนมากจะเกิดขึ้นในกรณีที่เป็นกรุ๊ปแรงงานที่มีความชำนาญ 

ส่องรูปแบบ ค่าจ้าง ในไทย

ระดับกึ่งกลางขึ้นไป ที่ค่าแรงถูกระบุจากการเจรจาต่อรองกับนายหรือสถานประกอบการเอง โดยระดับค่าตอบแทน ต่างกันไปตามสาขาวิชาชีพอุตสาหกรรม ขนาดของสถานประกอบการ แล้วก็พื้นที่

การเพิ่มค่าตอบแทนควรจะเพิ่มตามความสามารถ ดังนี้แบบการกำหนดค่าแรงในต่างแดนบ่งชี้แนวทางการกำหนดค่าแรงว่ามีความเชื่อโยงกับความถนัดมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเมืองไทยบางทีอาจนำหนทางดังที่กล่าวถึงมาแล้ว มาปรับใช้ โดยกำหนดให้ค่าตอบแทนเป็นกลไกช่วยเหลือการพัฒนาความชำนาญของแรงงาน รวมทั้งช่วยสำหรับเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจที่ย้ำเทคโนโลยีและก็สิ่งใหม่ อย่างเช่น การช่วยสนับสนุนให้แรงงานได้รับการอบรมและก็ทดลองเพื่อ เพิ่มระดับความชำนาญในบางสาขา โดยยิ่งไปกว่านั้นแรงงานไม่มีความสามารถเพื่อแรงงานได้รับค่าตอบแทนที่มากขึ้นตามระดับความชำนาญที่สูงขึ้น
โดยความสามารถที่ใช้สำหรับเพื่อการปรับปรุงควรมีความเฉพาะ ใกล้เคียง ข่าวเศรษฐกิจ รวมทั้งมีคุณประโยชน์ต่อสมรรถนะรูปแบบการทำงานของแรงงาน รวมถึงบูรณาการหลักสูตรการฝึกอบรม และก็ทดลองสมรรถะแรงงานของแต่ละหน่วยงานที่มีการยืนยันมาตรฐานความถนัดแรงงานให้มีความเชื่อโยงกับอัตราจ้าง ยกตัวอย่างเช่น กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน สถาบันคุณสมบัติวิชาชีพ แล้วก็หน่วยงานภาคเอกชน ทั้งจึงควรรีบผลักดันให้แรงงานให้ความใส่ใจกับการทดลองความสามารถแรงงาน เพื่อได้เรื่องปรับเพิ่มค่าว่าจ้างที่สมควร ซึ่งภาครัฐบางทีอาจจะต้องกระจัดกระจายหน้าที่การทดลองไปสู่กลุ่มโครงข่ายหรือภาคเอกชนเพิ่มมากขึ้น เพื่อการจัดสอบมีความพอเหมาะรวมทั้งการผลักดันค่าทดลองให้ราคาแพงที่ไม่สูงเกินความจำเป็น รวมทั้งการกวดจับขันสถานประกอบการให้จ่ายค่าจ้างอย่างแม่นยำ

แนะนำข่าวเศรษฐกิจ อ่านเพิ่มเติมคลิ๊กเลย : กสิกรไทย คาดเศรษฐกิจไทยปีนี้เติบโต 3.7% จับตาการค้าโลกไม่สดใสกดดันส่งออกไทยเสี่ยงโตต่ำคาด