ดราม่าชายหนุ่มทำคอนเทนต์รับประทานซูชิแอบเลียขวดซอส-ดูดนิ้วจิ้มซูชิ ดูแล้วอี๋มาก

เปลี่ยนเป็นหลักสำคัญดราม่าที่กำลังถูกกล่าวถึงอย่างยิ่งในประเทศประเทศญี่ปุ่น เมื่อมีเด็กผู้ชายม. ปลายอายุ 17 ปี หาทำคอนเทนต์สุดวิตถารทร์ เข้าไปนั่งรับประทานอาหารในร้านค้าซูชิแบบสายพาน 

ดราม่าชายหนุ่มทำคอนเทนต์รับประทานซูชิแอบเลียขวดซอส-ดูดนิ้วจิ้มซูชิ ดูแล้วอี๋มาก

ก่อนที่จะแอบถือจานรวมทั้งขวดสำหรับใส่ซอสมาเลีย แล้วนำกลับไปวางบนสายพานที่เดิม ข่าวอาหาร และยังรวมไปถึงดูดนิ้วของตนเองก่อนนำไปจิ้มลงบนซูชิ แล้วปลดปล่อยให้มันไหลไปตามสายพาน ถูกลูกค้าผู้อื่นถือไปทานต่ออย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว คลิปวิดีโอความยาว 48 วินาที เปลี่ยนเป็นไวรัลบน Twitter ของประเทศญี่ปุ่น ภายหลังถูกโพสต์ลงมาตอนวันที่ 29 เดือนมกราคม ก่อนหน้านี้ กำเนิดเสียงติชมอย่างยิ่งต่อการกระทำของเขา แล้วก็คิดว่าแม้ผู้ประกอบกิจการจะชำระล้างอย่างยอดเยี่ยม ก็ไม่มีอะไรค้ำประกันได้ว่าจะไม่พบลูกค้าที่ขาดมรรยาทอย่างงี้ ทำให้การทานอาหารในร้านค้าไม่ปลอดภัยอีกต่อไป ทางด้าน ร้านค้าซูชิในคลิปได้ออกมาแถลงกล่าวว่า เหตุนี้ได้ทำลายความเกี่ยวข้องที่เชื่อใจระหว่างพวกเขากับลูกค้าเป็นอย่างมาก เขารู้สึกเศร้ามากมายสำหรับแขกที่รู้สึกกลุ้มอกกลุ้มใจภายหลังมองคลิป ร้านรวงในสาขาที่เกิดเรื่องได้รับการฉีดทำลายเชื้อแล้ว รวมทั้งกำลังจัดการอย่างเป็นจริงเป็นจังโดยชอบด้วยกฎหมาย ทั้งยังทางอาญาและก็ทางแพ่ง ผู้กระทำความผิดจำเป็นที่จะต้องรับผิดชอบ แล้วก็ทางร้านค้าจะดำเนินการอย่างมากเพื่อบริการลูกค้าถัดไป

แนะนำข่าวอาหาร อ่านเพิ่มเติมคลิ๊กเลย : รับกระแส “วีแกน” เครื่องดื่มสุขภาพมาแรง เทรนด์ฮอตมาแรงทั้งโลก

รับกระแส “วีแกน” เครื่องดื่มสุขภาพมาแรง เทรนด์ฮอตมาแรงทั้งโลก

กระแส “No Animal Products” ของพวกวีแกน ซึ่งไม่รับประทานอาหารประเภทเนื้อสัตว์และก็สินค้าจากสัตว์เลย ไม่ว่าจะเป็นเนื้อเนยนมไข่ชีสน้ำผึ้ง แล้วก็เจลาติน 

อาหาร กำลังเป็นเทรนด์ฮอตมาแรงไปทั้งโลก ถึงขั้นที่มีการชูให้ปี 2019 เป็น ปีทองคำของ เทรนด์วีแกน” ปลุกกระแสแวดวงอาหารเพื่อคนที่รักสุขภาพให้รื่นเริงขึ้น โดยผู้สร้างของกินแล้วก็หัวหน้าแวดวงสุขภาพความสวยสดงดงามรายใหญ่รวมทั้ง กิฟฟารีน” ต่างหันมาเริ่มต้นตลาดวีแกนเป็นจริงเป็นจัง มุ่งสร้างสรรค์ปรับปรุงสินค้าใหม่ๆที่ปราศจากเนื้อสัตว์ แต่ว่ายังอุดมด้วยโปรตีนซึ่งได้มาจากพืช จากข้อมูลของ เวิลด์ แคนเซอร์ รีเสิร์ช ฟันด์” ชี้ว่าการไม่รับประทานอาหารประเภทเนื้อสัตว์ช่วยลดการเสี่ยงการเป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมากถึง 35% ระหว่างที่การทานมังสวิรัติรวมทั้งเจแบบชาววีแกน ช่วยสร้างเสริมสุขภาพให้แข็งแรงขึ้น และก็ลดการเสี่ยงสำหรับในการกำเนิดโรค ไม่ว่าจะเป็นโรคเบาหวานความดันเลือดสูง รวมทั้งโรคหัวใจ อย่างไรก็แล้วแต่ โปรตีน” สำคัญต่อสถาพทางร่างกายมากมาย นอกเหนือจากที่จะช่วยหัวข้อการเติบโต และก็ซ่อมบำรุงส่วนที่สึกของร่างกาย โปรตีนยังช่วยสร้างเสริมกล้ามผิวหนังกระดูกอวัยวะต่างๆรวมทั้งช่วยทำให้ร่างกายฟื้นได้เร็วจากอาการอ่อนล้าและก็เจ็บไข้ได้ป่วย ถ้าหากร่างกายของพวกเราได้รับโปรตีนน้อยเกินไป ย่อมเกิดโทษต่อสุขภาพ โดยข้อมูลที่ได้มาจาก สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่าคนที่ได้รับโปรตีนภายในร่างกายไม่พอมีการเสี่ยงที่จะกำเนิดอาการกล้ามเหน็ดเหนื่อยร่างกายหมดแรงไม่สดชื่นภูมิต้านทานต่ำติดโรคได้ง่ายแผลหายช้าผิวหนังไม่แข็งแรง แล้วก็ระบบฮอร์โมนกับโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีดำเนินการเปลี่ยนไปจากปกติ มีความเสี่ยงต่อการตาย เอ่ยถึงคำว่า โปรตีน” มิได้มีที่มาที่ไปจากสัตว์แค่นั้น 

รับกระแส วีแกน เครื่องดื่มสุขภาพมาแรง เทรนด์ฮอตมาแรงทั้งโลก

แม้กระนั้น โปรตีนซึ่งได้มาจากพืช” ที่เจอได้ในถั่วแล้วก็เมล็ดพืชต่างๆยังอุดมด้วยค่าทางโภชนาการ นับว่าเป็นโปรตีนสะอาดไม่นำมาซึ่งการก่อให้เกิดโรคภัย 

เพราะว่ามีพฤกษเคมีที่มีคุณประโยชน์และก็ดีต่อร่างกาย ตรงกันข้ามกับ โปรตีนจากสัตว์ข่าวอาหาร อีกทั้งเนื้อสัตว์นมสินค้าจากนม และก็ไข่ จะย่อยได้ยากเมื่อพวกเราแก่ขึ้น ก็เลยบางทีอาจทำให้มีการเกิดโรคมะเร็งไส้ ผลวิจัยพบว่าการทานโปรตีนที่มาจากพืชยังมีผลดีต่อร่างกายมากมายก่ายกอง เนื่องจากว่าโปรตีนที่มาจากพืชย่อยง่ายซึมซับง่ายแคลอรีน้อยกว่าโปรตีนสัตว์ไขมันดีมีมากยิ่งกว่าโปรตีนสัตว์ไม่มีคอเลสเทรอคอยล แถมให้จำนวนโปรตีนเข้มข้นสูง ร่างกายสามารถใช้ประโยชน์ผลดีได้เสมอกันกับโปรตีนจากไข่ขาวแล้วก็นม ที่สำคัญยังช่วยลดจังหวะการเกิดโรคมะเร็งไส้ ตลอดระยะเวลาก่อนหน้านี้ กิฟฟารีน” มุ่งปรับปรุงสินค้าใหม่ๆเพื่อเอาอกเอาใจกลุ่มชนรักสุขภาพรวมทั้งชาววีแกน ปัจจุบัน ประดิษฐ์สินค้าเสริมของกินโปรตีนจากถั่วเหลืองแล้วก็ถั่วลันเตาสีทองคำ วีแกน มัลติ แพลนลานท์ โปรตีน” ผสมแคลเซียมแล้วก็วิตามินดี มีกรดอะมิโนจำเป็นจะต้องครบสมบูรณ์ต่อการเสริมสร้างกล้าม แม้กระนั้นไม่มีไขมันแล็กโทส แล้วก็คอเลสเทคอยล ใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาล “อิริริทอล” โดยในหนึ่งซอง (ขนาด 16 กรัมมีโปรตีนมากถึง 11 กรัม รวมทั้ง BCAAs 1,951 มก. แม้กระนั้นให้พลังงาน 50 กิโลแคลอรี ซึ่ง วีแกน มัลติ แพลุกลี้ลุกลนท์ โปรตีน” เลือกใช้โปรตีนจากแหล่งที่เยี่ยมที่สุด เป็นโปรตีนสกัดจากถั่วเหลือง นำเข้าจากอเมริกา และก็โปรตีนสกัดจากถั่วลันเตาสีทองคำ ไม่ตัดแต่งทางพันธุกรรม นำเข้าจากประเทศฝรั่งเศส ให้จำนวนโปรตีนเข้มข้นสูง นอกเหนือจากการที่จะเหมาะกับ ชาววีแกน” ที่อยากได้ลดปริมาณของการบริโภคโปรตีนที่มาจากสัตว์ ตลอดจนกรุ๊ปผู้ซื้อที่ทานมังสวิรัติรวมทั้งเจ วีแกน มัลติ แพลนลานท์ โปรตีน” ยังตอบปัญหาคู่รักสุขภาพ ที่อยากเสริมโปรตีนให้ร่างกาย และก็คู่รักการบริหารร่างกายที่ต้องการสร้างเสริมกล้ามเพิ่มความฟิต เหมือนกับคนแพ้แล็กโทสจากนมคนไข้พักฟื้นร่างกายคนที่ปรารถนาดูแลรูปร่างแล้วก็ผิวพรรณคนสูงอายุ รวมทั้งเด็กนักเรียน ก็สามารถเสริมโปรตีนซึ่งได้มาจากพืชได้อย่างง่ายๆด้วยการชง วีแกน มัลติ แพลุกลี้ลุกลนท์ โปรตีน” ดื่มเสมอๆทุกวี่ทุกวัน กินได้ ไม่จำเป็นที่จะต้องมาวิตกกังวลเรื่องความหวาน และก็ให้โปรตีนซึ่งสามารถซึมซับเร็ว ทำให้ร่างกายเอาไปใช้ได้สุดกำลัง.

แนะนำข่าวอาหาร อ่านเพิ่มเติมคลิ๊กเลย : เชื้อก่อโรคกับขนมจีบนึ่ง

เชื้อก่อโรคกับขนมจีบนึ่ง

ขนมจีบนึ่ง อาหารจีนที่ชาวไทยนิยมทานเป็นอาหารหวาน หรือเรียกน้ำย่อย ปัจจุบันนี้ขนมจีบนึ่งหาซื้อได้ง่ายอีกทั้งรถเข็น ร้านค้าข้างถนน ร้านค้าในตลาดนัด ร้านค้าสบายซื้อ รวมทั้งห้องอาหารเช้าตรู่ 

อาหาร วัตถุดิบหลักของขนมจีบหมายถึงไส้ที่ทำมาจากเนื้อสัตว์ หมู ไก่ กุ้ง ปู และก็แผ่นเกี๊ยว ขั้นตอนการทำก็ไม่สลับซับซ้อน เริ่มจากกระบวนการทำไส้ โดยนำเนื้อสัตว์มาบหยาบคาย แต่งรสด้วยเครื่องปรุงรส เกลือ ซีอิ๊ว พริกไทยหรือน้ำมันงา ต่อไปห่อไส้ด้วยแผ่นเกี๊ยว แล้วเอามานึ่งให้สุก ทานคู่กับจิ๊กโฉ่ ซอสเปรี้ยว ซอสพริก ด้วยขนมจีบมีเนื้อสัตว์เป็นองค์ประกอบหลัก ถ้าผู้สร้างใช้เนื้อสัตว์ที่ไม่สะอาด ไหมล้างชำระล้างก่อนเอามาปรุงให้ดีพอเพียง หรือผู้ปรุงไม่รักษาความถูกอนามัยส่วนตัวขณะปรุง สถานที่ผลิตผิดความถูกอนามัย วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ปรุงไม่สะอาด ก็อาจก่อให้เชื้อก่อโรค ดังเช่น ซาโมเนลลาแปดเปื้อนได้ เชื้อประเภทนี้เจอได้ตามธรรมชาติ อาศัยอยู่ในไส้สัตว์รวมทั้งคน

เชื้อก่อโรคกับขนมจีบนึ่ง

พบได้ทั่วไปแปดเปื้อนในของกินพวกเนื้อสัตว์ดิบ ผักสดและก็อาหารสด หรือของกินที่ปรุงสุกสุดแท้แต่เก็บหรือวางไว้ภายในรอบๆที่เลอะเทอะ 

หรือวางใกล้กับอาหารสด ของกินดิบ ก็อาจส่งผลให้มีการแปดเปื้อนเชื้อ ซาโมเนลลาได้ ข่าวอาหาร เมื่อพวกเราได้รับเชื้อนี้ไปสู่ร่างกายจากของกิน จะมีผลให้กำเนิดโรคของกินเป็นพิษ ท้องเดิน เจ็บท้อง อุณหภูมิสูง ปวดหัว อาเจียน แล้วก็อ้วก บางรายบางทีอาจถ่ายเป็นมูกเลือดแล้วก็เกิดภาวะขาดน้ำได้ สถาบันของกินได้สุ่มขนมจีบนึ่ง ปริมาณ แบบอย่าง จาก ร้านรวง ในเขตจังหวัดกรุงเทพ เพื่อนำมาพินิจพิจารณาเชื้อ ซาโมเนลลา แปดเปื้อน ผลปรากฏไม่เจอแปดเปื้อนในขนมจีบนึ่งทุกแบบอย่าง ซึ่งเป็นไปตามกฏเกณฑ์ประสิทธิภาพทางจุลชีววิทยาของของกินรวมทั้งภาชนะสัมผัสของกินของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ที่กำหนดให้ขนมจีบจำเป็นต้องไม่เจอเชื้อ ซาโมเนลลา แปดเปื้อน ได้ผลรวมทั้งไม่สมควรประมาท ควรที่จะทำการเลือกซื้อขนมจีบที่นึ่งสุกใหม่ๆจากร้านค้าป้อมหัวใจได้ถึงความสะอาด หรืออุ่นให้ร้อนก่อนทานทุกคราวเพื่อให้มีความปลอดภัย

แนะนำข่าวอาหาร อ่านเพิ่มเติมคลิ๊กเลย : เชื้อก่อโรคในข้าวมันไก่

เชื้อก่อโรคในข้าวมันไก่

ข้าวมันไก่ อาหารจานเดียวยอดนิยมของคนไทยที่เห็นขายอยู่ทั่วไปในทุกมุมเมืองทั่วประเทศ ทั้งแบบขายในร้านข้าวมันไก่ รถเข็น ร้านในศูนย์อาหาร ตลาดสด ศูนย์การค้า และโรงอาหารต่างๆ

เชื้อก่อโรคในข้าวมันไก่

อาหาร คนไทยนิยมทานข้าวมันไก่อาจเพราะหาทานง่าย รสชาติถูกปาก และอิ่มท้องในราคาที่จับต้องได้ ทว่าช่วงหน้าร้อนนี้การเลือกทานอาหารจะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะอากาศที่ร้อนถึงร้อนจัดเช่นปีนี้จะทำให้อาหารเน่าเสียง่าย และ ทำให้มีเชื้อก่อโรคปนเปื้อน เช่น สแตปฟิโลค็อคคัส ออเรียส เชื้อชนิดนี้พบได้ในอากาศ ฝุ่น ขยะ น้ำ อาหารที่ทำจากเนื้อสัตว์ สัตว์ปีก ไข่ และพบอยู่ตามทางเดินหายใจ ลําคอ เส้นผมและผิวหนังของคน ฉะนั้น อาหารที่ต้องสัมผัสมือผู้ปรุงหลังปรุงสุกและเก็บไว้ในอุณหภูมิที่ไม่เหมาะสมเป็นเวลานานๆ อาจทำให้มีเชื้อชนิดนี้ปนเปื้อนได้ อย่างเช่น ข้าวมันไก่ ที่ขณะรอขาย ผู้ขายมักวางเนื้อไก่ต้มและข้าวมันไว้ที่อุณหภูมิห้องเป็นเวลานานและไม่อุ่นให้ร้อนก่อนเสิร์ฟหรือขายให้ลูกค้า เมื่อเราได้รับเชื้อสแตปฟิโลค็อคคัส ออเรียส เข้าสู่ร่างกาย จะทำให้เกิดอันตรายคือ เกิดโรคอาหารเป็นพิษ ทำให้มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง อ่อนเพลีย รายที่รุนแรงจะมีอาการปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ ความดันเปลี่ยนแปลง อาการจะดีขึ้นภายใน 3 วันวันนี้สถาบันอาหารได้เก็บตัวอย่างข้าวมันไก่จำนวน 5 ตัวอย่าง จาก 5 ร้านในเขตกรุงเทพฯเพื่อนำมาวิเคราะห์เชื้อ สแตปฟิโลค็อคคัส ออเรียส ปนเปื้อน ผลปรากฏว่ามีข้าวมันไก่ 1 ตัวอย่าง พบเชื้อ สแตปฟิโลค็อคคัส ออเรียส ข่าวอาหาร ปนเปื้อนเกินเกณฑ์มาตรฐานของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ที่กำหนดให้อาหารพร้อมบริโภคทั่วไปพบเชื้อ สแตปฟิโลค็อคคัส ออเรียส ปนเปื้อนได้ไม่เกิน 100 ซีเอฟยู/กรัม เห็นผลวิเคราะห์อย่างนี้แล้วขอแนะว่าควรทานอาหารขณะร้อน หากต้องการเก็บควรเก็บไว้ในตู้เย็น ไม่ควรเก็บอาหารที่เตรียมหรือปรุงสุกแล้วไว้ในที่ที่มีอุณหภูมิสูง เพราะจะทำให้เชื้อที่อาจปนเปื้อนอยู่เพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วในอาหาร เมื่อเราทานเข้าไปจะทำให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษจากเชื้อ สแตปฟิโลค็อคคัส ออเรียส ได้ง่ายๆ

แนะนำข่าวอาหาร อ่านเพิ่มเติมคลิ๊กเลย : ไขข้อข้องใจ “เมนูมื้ออาหาร”ปล่อยก๊าซเรือนกระจกอัตราเท่าไหร่

 

ไขข้อข้องใจ “เมนูมื้ออาหาร”ปล่อยก๊าซเรือนกระจกอัตราเท่าไหร่

เมื่ออาหารถูกตั้งคำถามว่าเป็นต้นเหตุการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ที่ทำลายชั้นบรรยากาศและเป็นสาเหตุของปัญหาสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง หรือ Climate Change

อาหาร และเป็นสาเหตุของปรากฎการณ์โลกร้อน และ โลกรวน หลายประการ จากข้อมูลจะพบว่ากลุ่มสินค้าเนื้อสัตว์และโปรตีน หรือแม้แต่อาหารทะเลจะมีอัตราปล่อยก๊าซที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับกลุ่มอาหารที่ได้จากพืช ข้อมูลจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO) ระบุว่า เมนูใดช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและภาวะโลกร้อนได้มากที่สุด แต่คงต้องมาทำความเข้าใจและรู้ก่อนว่าแต่ละเมนูปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่าไหร่ เมนูไหนปล่อยน้อยคือช่วยลดโลกร้อนได้ ดังนั้นในการประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกนั้น จะต้องคิดอย่างไร การประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของผลิตภัณฑ์นั้น เราจะคิดตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่การได้มาของวัตถุดิบ (การผลิต เช่น การปลูก การทำฟาร์ม ซึ่งต้องรวมไปถึงการผลิตอาหารสัตว์สำหรับการทำปศุสัตว์หรือฟาร์มด้วย) การขนส่ง กระบวนการนำวัตถุดิบมาปรุงเป็นอาหาร พลังงานที่ใช้ ตลอดจนการกำจัดซากเมื่อมีการใช้งานแล้ว ดังนั้นหากเราจะเริ่มคำนวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของแต่ละเมนู สิ่งแรกที่เราต้องรู้คือ ปริมาณการใช้วัตถุดิบต่างๆ การปรุงและอื่นๆ “แต่ยังไม่ได้ให้ข้อมูล ปริมาณ และสมมุติฐานมาด้วย ทาง TGO ขอตั้งสมมุติฐานแบบคิดง่ายๆ ว่าทุกเมนูมีปริมาณใกล้เคียงกัน วิธีการปรุงหรือพลังงานที่ใช้เท่ากัน ทานอาหารหมดไม่เหลือเป็นขยะเหมือนกัน ต่างกันแค่องค์ประกอบหลักของวัตถุดิบแต่ละเมนู” สำหรับค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Emission Factor: EF)

ไขข้อข้องใจ “เมนูมื้ออาหาร”ปล่อยก๊าซเรือนกระจกอัตราเท่าไหร่

ตามฐานข้อมูลของ TGO โดยอ้างอิงจาก Thai National LCI Database TIIS-NSTDA พบว่า *ไก่สดชำแหละ 4.8449 kgCO2eq/kg [ปริมาณก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินกิจกรรม i มีหน่วยเป็นกิโลกรัม.

หรือตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (kgCO2eq หรือ tCO2eq] *ไข่ไก่ 8.4761 kgCO2eq/kg ข่าวอาหาร (โดยไข่ไก่ 1 ฟองมีน้ำหนักเฉลี่ย = 60 กรัม) *สุกรขุนชำแหละ 3.9027 kgCO2eq/kg *เนื้อโคชำแหละ 13.4269 kgCO2eq/kg ไขข้อข้องใจ “เมนูมื้ออาหาร”ปล่อยก๊าซเรือนกระจกอัตราเท่าไหร่
*หอยแมลงภู่ 6.2945 kgCO2eq/kg
*กระเทียม 0.4754 kgCO2eq/kg
*พริกไทย 1.3779 kgCO2eq/kg
*ผักคะน้า 0.2554 kgCO2eq/kg
*หอมหัวใหญ่ 0.3441kgCO2eq/kg
*มันฝรั่ง 0.1447 kgCO2eq/kg
*มะเขือเทศ 0.4785 kgCO2eq/kg
*ผักกาดหอม 0.9417 kgCO2eq/kg
*กะหล่ำปลี 0.3538 kgCO2eq/kg
*ข้าวโพดฝักอ่อน 0.4324 kgCO2eq/kg
*แครอท 0.2637 kgCO2eq/kg
*ผักกาดหัว 0.2673 kgCO2eq/kg อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาวัตถุดิบที่มาจากต่างประเทศ ก็สามารถใช้แหล่งอ้างอิงค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในต่างประเทศ เช่น https://www.businessinsider.com/the-top-10-foods-with-the-biggest-environmental-footprint-2015-9 และ ที่มา Poore & Nemecek, Science (2018) และ OurWorldInData.org/environmental-impacts-of-food สำหรับเมนูหลักๆที่ประเมินค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ได้แก่ แซลมอน (ฟาร์ม) 11.9 kgCO2eq/kg กุ้ง (ฟาร์ม) 26.87 kgCO2eq/kg ข้าว 2.7 kgCO2eq/kg “จากตัวเลข EF ข้างต้นสรุปได้ว่า พืชมีการปล่อยค่าก๊าซเรือนกระจกต่ำกว่า เนื้อสัตว์ ขณะเดียวกัน กลุ่มสัตว์เล็กก็ปล่อยก๊าซน้อยกว่ สัตว์ใหญ่กลุ่มเคี้ยวเอื้อง ส่วนการประมงทางทะเลแบบจับตามธรรมชาติจะปล่อยคาร์บอนน้อยกว่าการเพาะเลี้ยงแบบฟาร์ม”